ชื่อรายการแข่งขัน : Kawasaki MiniGP 2010
ผู้จัดการแข่งขัน : HO Racing School
ผู้สนับสนุน : บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ( ประเทศไทย ) จำกัด
: บริษัท อีโนเว รับเบอร์ ( ประเทศไทย ) จำกัด ( มหาชน )
: บริษัท วาย.เอส.เอส ( ประเทศไทย ) จำกัด
: บริษัท เอ เปอร์เฟกต์ จำกัด
: บริษัท ไดโด สิทธิผล จำกัด
รุ่นการแข่งขัน : กำหนดรุ่นการแข่งขัน และรถที่ใช้สำหรับแข่งขันไว้ดังนี้
|
ลำดับ
|
รุ่นการแข่งขัน
|
รุ่นรถ
|
ค่าสมัคร
|
หมายเหตุ
|
|
1
|
KSR MiniGP - Stock |
KSR
|
500
|
รถแข่ง : นักแข่งจัดเตรียมมา
|
|
2
|
KSR MiniGP - Modify A
|
KSR
|
500
|
รถแข่ง : นักแข่งจัดเตรียมมา
|
|
3
|
KSR MiniGP - Modify B
|
KSR |
500 |
รถแข่ง : นักแข่งจัดเตรียมมา |
|
4
|
Relay Novice - Stock |
D-Tracker125 |
1,000 |
รถแข่ง : บริษัทฯจัดเตรียมมาให้ |
|
5
|
Relay Pro - Stock |
D-Tracker125 |
1,000 |
รถแข่ง : บริษัทฯจัดเตรียมมาให้ |
|
6
|
D-Tracker - Modify |
D-Tracker250 |
500 |
รถแข่ง : นักแข่งจัดเตรียมมา |
|
7
|
Ninja250R - Stock |
Ninja250R |
500 |
รถแข่ง : นักแข่งจัดเตรียมมา |
|
8
|
Ninja250R - Modify |
Ninja250R |
500 |
รถแข่ง : นักแข่งจัดเตรียมมา |
สนามแข่งขัน : แข่งขันในสนามปิด โดยพิจารณาถึงความปลอดภัยของสนามแข่ง และคำนึงถึงความปลอดภัยของนักแข่ง, ผู้ชม และกรรมการจัดการแข่งขัน
โปรแกรมการแข่งขัน :
|
ลำดับ
|
รายการแข่งขัน |
วันที่ |
สนามแข่งขัน |
|
1
|
Kawasaki Mini GP สนามที่ 1 |
10 เมษายน 2553 |
สนามบางกอก เรซซิ่ง เซอร์กิต : ซีคอนสแควร์ |
|
2
|
Kawasaki Mini GP สนามที่ 2 |
8 พฤษภาคม 2553 |
สนามบางกอก เรซซิ่ง เซอร์กิต : ซีคอนสแควร์ |
|
3
|
Kawasaki Mini GP สนามที่ 3 |
10 กรกฎาคม 2553 |
สนามบางกอก เรซซิ่ง เซอร์กิต : ซีคอนสแควร์ |
|
4
|
Kawasaki Mini GP สนามที่ 4 |
4 กันยายน 2553 |
สนามบางกอก เรซซิ่ง เซอร์กิต : ซีคอนสแควร์ |
|
5
|
Kawasaki Mini GP สนามที่ 5 |
6 พฤศจิกายน 2553 |
สนามสปีดเวย์ : เชียงใหม่ |
คุณสมบัตินักแข่ง : ผู้ที่จะสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในรายการ Kawasaki MiniGP 2010 จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. ผู้สมัครแข่งขันจะต้องมีอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ และต้องแสดงใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบกในวันสมัคร
2. ผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันจะต้องไม่มีรายชื่อเป็นนักแข่งเกรด A และ B ของสมาพันธ์แข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทยหรือ FMSCT
3. ผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันที่มีรายชื่อเป็นนักแข่งเกรด C ของสมาพันธ์แข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทยหรือ FMSCT อนุญาตให้ลงทำการแข่งขันได้
เฉพาะรุ่น Relay Pro-stock ,รุ่น KSR MiniGP-Modify A ,รุ่น D-Tracker Modify และ Ninja250 Modify เท่านั้น
4. นักแข่งที่เข้าร่วมแข่งขันในรายการต่างๆทั่วประเทศที่ได้อันดับ 1-5 อนุญาตให้ลงทำการแข่งขันได้เฉพาะรุ่น Relay Pro-Stock ,KSR MiniGP-Modify (A) ,
D-Tracker Modify และ Ninja250R Modify เท่านั้น
5. ผู้ที่เข้าแข่งขันในรายการ KSR MiniGP ปี 2552 ที่ได้อันดับ 1-3 ของแต่ละสนามอนุญาตให้ลงแข่งขันได้ตามรุ่นที่กำหนดไว้ในตารางดังนี้
|
ตารางการลงแข่งขัน
|
รุ่นที่อนุญาตให้ลงแข่งขันได้ในปี 2553
|
|
อันดับที่ 1-3
ของรุ่นการแข่งขัน
ปี 2552
|
Relay Novice
Stock
|
Relay Pro
Stock
|
KSR MiniGP
Stock
|
KSR MiniGP
Modify (A)
|
KSR MiniGP
Modify (B)
|
D-Tracker
Modify
|
Ninja250R
Stock
|
Ninja250R
Modify
|
|
Relay Novice -Stock
|
ไม่ได้
|
ได้
|
ไม่ได้
|
ได้
|
ได้
|
ได้
|
ได้
|
ได้
|
|
Relay Pro -Stock
|
ไม่ได้
|
ไม่ได้
|
ไม่ได้
|
ได้
|
ได้
|
ได้
|
ไม่ได้
|
ได้
|
|
KSR MiniGP -Stock
|
ไม่ได้
|
ได้
|
ไม่ได้
|
ได้
|
ได้
|
ได้
|
ไม่ได้
|
ได้
|
|
KSR MiniGP -Modify
|
ไม่ได้
|
ได้
|
ไม่ได้
|
ได้
|
ไม่ได้
|
ได้
|
ไม่ได้
|
ได้
|
|
KSR MiniGP -Open
|
ไม่ได้
|
ได้
|
ไม่ได้
|
ได้
|
ไม่ได้
|
ได้
|
ไม่ได้
|
ได้
|
หมายเหตุ การพิจารณาและการตัดสินของคณะกรรมการและผู้จัดการแข่งขันถือว่าสิ้นสุด
คุณสมบัติรถที่ใช้แข่งขัน :
รุ่น Relay บริษัทเป็นผู้จัดเตรียมรถสำหรับใช้แข่งขันรุ่น Relay Novics-Stock และ รุ่น Relay Pro- Stock โดยการจับสลากเลือกรถในแต่ละสนาม สำหรับรถที่ใช้แข่งขันจะเป็นรถ Standard แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงสเปคบางรายการเพื่อให้เหมาะสมสำหรับการแข่งขันและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
รุ่น MiniGP - Stock ผู้จัดการแข่งขันกำหนดให้รถที่เข้าแข่งขันในรุ่น MiniGP - Stock ทุกคันจะต้องคงชิ้นส่วนตามมาตรฐานเดิมที่ติดรถ มาจากโรงงาน โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ,หรือถอดออกหรือใส่เพิ่มเติมชิ้นส่วนอื่นใดดังต่อไปนี้
1. เครื่องยนต์
2. คาร์บูเรเตอร์และท่อไอดี ยกเว้นนมหนูน้ำมัน, นมหนูเดินเบา และนมหนูเข็มเร่ง
3. ระบบไฟจุดระเบิด ยกเว้นหัวเทียน และตำแหน่งติดตั้งสวิทช์ดับเครื่อง
4. ระบบคลัช
5. ระบบเฟืองเกียร์
6. ระบบหล่อลื่น
7. เฟรมตัวถัง ยกเว้นการติดตั้งโช้คกันสะบัด หรือกลไกเกียร์โยง
8. สวิงอาร์ม
9. โช้คอัพหน้า
10. วงล้อ
11. ระบบเบรค ยกเว้นท่อน้ำมันเบรคและผ้าเบรค
12. ถังน้ำมันเชื้อเพลิง
13. กระบังเครื่องยนต์ซ้าย ขวา
14. ฝาครอบท้ายเบาะ
15. ฝาครอบไฟหน้า
16. บังโคลนหน้า
รุ่น KSR MiniGPModify (A,B) ผู้จัดการแข่งขันกำหนดให้รถที่เข้าแข่งขันในรุ่น KSR MiniGP - Modify ทุกคันจะต้องคงชิ้นส่วนตามมาตรฐานเดิมที่ติดรถมาจากโรงงาน โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ,หรือถอดออก หรือใส่เพิ่มเติมชิ้นส่วนอื่นใดดังต่อไปนี้ รวมทั้งห้ามติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวไนตรัสออกไซค์ใดๆทั้งสิ้น
1. แคร้งเครื่องยนต์
2. เสื้อสูบ ยกเว้นการเปลี่ยนแปลงขนาดความจุ ซึ่งกำหนดให้ใช้ร่วมกับลูกสูบมาตรฐานของรถคาวาซากิรุ่น KL110 หรือ AN112หรือ AN125 เท่านั้น
3. ปะเก็นฝาสูบและปะเก็นเสื้อสูบ
4. ฝาสูบและเกลียวหัวเทียน
5. ระบบเฟืองเกียร์
6. อัตราทดขั้นต้นรวมทั้งชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องได้แก่ เฟืองไพรมารี่ และเฟืองเสื้อคลัช
7. เพลาข้อเหวี่ยงและก้านสูบ
8. ล้อแม่เหล็กและทุ่นไฟของระบบไฟพร้อมกับลิ่มและร่องจานไฟ
9. ถังน้ำมันเชื้อเพลิง
10. โช้คอัพหน้า ยกเว้นการติดตั้งตัวปรับสปริง
11. เฟรมตัวถัง ยกเว้นการติดตั้งโช้คกันสะบัด,กลไกเกียร์โยง หรือแฟริ่ง
รุ่น D-Tracker- Modify ผู้จัดการแข่งขันกำหนดให้รถที่เข้าแข่งขันในรุ่น D-Tracker-Modify ทุกคันจะต้องคงชิ้นส่วนตามมาตรฐานเดิมที่ติดรถมาจากโรงงาน (ผลิตในประเทศไทย ) โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ,หรือถอดออก หรือใส่เพิ่มเติมชิ้นส่วนอื่นใดดังนี้ รวมทั้งห้ามติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวไนตรัสออกไซค์ใดๆทั้งสิ้น
1. เครื่องยนต์ ( แคร้งเครื่องยนต์ )
2. เสื้อสูบ
3. ปะเก็นฝาสูบและปะเก็นเสื้อสูบ
4. ฝาสูบและเกลียวหัวเทียน
5. ระบบเฟืองเกียร์
6. อัตราทดขั้นต้นรวมทั้งชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องได้แก่ เฟืองไพรมารี่ และเฟืองเสื้อคลัช
7. เพลาข้อเหวี่ยงและก้านสูบ
8. ล้อแม่เหล็กและทุ่นไฟของระบบไฟพร้อมกับลิ่มและร่องจานไฟ
9. ถังน้ำมันเชื้อเพลิง
10. โช้คอัพหน้า ยกเว้นการติดตั้งตัวปรับสปริง
11. เฟรมตัวถัง ยกเว้นการติดตั้งโช้คกันสะบัด และกลไกเกียร์โยง
รุ่น Ninja250R- Stock ผู้จัดการแข่งขันกำหนดให้รถที่เข้าแข่งขันในรุ่น Ninja250R-Stock ทุกคันจะต้องคงชิ้นส่วนตามมาตรฐานเดิมที่ติดรถมาจากโรงงาน (ผลิต ในประเทศไทย ) โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ,หรือถอดออก หรือใส่เพิ่มเติมชิ้นส่วนอื่นใดดังนี้ รวมทั้งห้ามติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวไนตรัสออกไซค์ใดๆทั้งสิ้น
1.เครื่องยนต์
2.ระบบไฟจุดระเบิด ( ยกเว้นหัวเทียน )
3. ระบบคลัช
4. ระบบเฟืองเกียร์
5. ระบบหล่อลื่น
6. เฟรมตัวถัง ยกเว้นการติดตั้งโช้คกันสะบัด และกลไกเกียร์โยง
7. สวิงอาร์ม
8. โช้คอัพหน้า
9. วงล้อหน้า - หลัง ( กำหนดให้ใช้วงล้อมาตรฐานของรถคาวาซากิรุ่นNinja250R ,รุ่น ER-6n และรุ่น Ninja650R เท่านั้น )
10. ระบบเบรคหน้า ,ระบบเบรคหลัง ( ยกเว้นท่อน้ำมันเบรค )
11. ถังน้ำมันเชื้อเพลิง
12. ชุดแฟริ่งทั้งคัน
รุ่น Ninja250R- Modify ผู้จัดการแข่งขันกำหนดให้รถที่เข้าแข่งขันในรุ่น Ninja250R-Modify ทุกคันจะต้องคงชิ้นส่วนตามมาตรฐานเดิมที่ติด รถมาจากโรงงาน (ผลิต ในประเทศไทย ) โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ,หรือถอดออก หรือใส่เพิ่มเติมชิ้นส่วนอื่นใดดังนี้ รวมทั้งห้ามติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวไนตรัสออกไซค์ใดๆทั้งสิ้น
1. เครื่องยนต์ ( แคร้งเครื่องยนต์ )
2. เสื้อสูบ
3. ปะเก็นฝาสูบและปะเก็นเสื้อสูบ
4. ฝาสูบและเกลียวหัวเทียน
5. ระบบเฟืองเกียร์
6. อัตราทดขั้นต้นรวมทั้งชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องได้แก่ เฟืองไพรมารี่ และเฟืองเสื้อคลัช
7. เพลาข้อเหวี่ยงและก้านสูบ
8. ล้อแม่เหล็กและทุ่นไฟของระบบไฟพร้อมกับลิ่มและร่องจานไฟ
9. ถังน้ำมันเชื้อเพลิง
10.เฟรมตัวถัง ยกเว้นการติดตั้งโช้คกันสะบัด และกลไกเกียร์โยง
การตรวจสภาพ :
ก่อนการแข่งขัน : นักแข่งต้องนำรถแข่งพร้อมชุดแข่งแสดงต่อกรรมการตรวจสภาพตามเวลาและสถานที่ ที่ระบุไว้ ในโปรแกรมแข่งขัน
หลังการแข่งขัน : ให้นักแข่งนำรถที่เข้าอันดับที่ 1-5 ในแต่ละรุ่นมาทำการผ่าเครื่องเพื่อให้กรรมการเทคนิคตรวจสภาพรถทันที ในกรณีที่
กรรมการเทคนิคตรวจพบรถที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ระบุไว้ จะถูกตัดสิทธิ์ในการรับรางวัลและจะเลื่อนผู้ที่ได้ลำดับถัดไปขึ้นมาแทน
การประชุมนักแข่ง : ต้องเข้าร่วมประชุมนักแข่งทุกคน นักแข่งที่ไม่มาประชุม จะไม่อนุญาตให้ร่วมแข่งขัน ผลการประชุมถือเป็นส่วนหนึ่งของกติกาแข่งขัน ผู้ฝ่าฝืนจะโดยตั้งใจหรือไม่จะถูกลงโทษตามประกาศทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือแจ้งด้วยวาจาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
การฝึกซ้อม : ผู้จัดการแข่งขันจะอนุญาตให้เฉพาะนักแข่งและรถแข่งที่ใช้สำหรับการแข่งขันลงทำการฝึกซ้อมเท่านั้น และจะต้องทำการฝึกซ้อมในวันและเวลาที่กรรมการจัดการแข่งขันกำหนดไว้เท่านั้น ซึ่งจะประกาศให้ทราบเป็นครั้งๆไป
ตำแหน่งสตาร์ท : ลำดับการออกสตาร์ทจัดตามผลการจับเวลาในรอบคัดเลือกหรือจากผลการจับสลาก ซึ่งจะประกาศให้ทราบเป็นครั้งๆไป
การสตาร์ท :
การแข่งขันแบบ Relay : สตาร์ทแบบ " เลอมังส์ "
1. ก่อนเริ่มการสตาร์ทนักแข่งคนที่ 1 จะต้องยืนอยู่ ณ ขอบสนามฝั่งตรงข้ามกับรถแข่ง โดยเรียงตามลำดับการออกสตาร์ท
2. นักแข่งหรือเจ้าหน้าที่ภายในทีม แข่ง 1 คน ติดเครื่องยนต์รออยู่ขอบสนามฝั่งตรงข้ามนักแข่งโดยเรียงตามลำดับตามนักแข่ง
3. กรรมการสตาร์ท จะให้สัญญาณด้วยการชูป้าย 5 นาที และนับเวลาถอยหลัง 5-4-3-2-1 นาที
- ป้าย 1 นาที ผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกสนามยกเว้นคนจับรถ 1 คน / คัน
- ป้าย 30 วินาที ผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกสนามยกเว้นคนจับรถ 1 คน / คัน
4. กรรมการสตาร์ทตีธงเขียวให้สัญญาณเริ่มการแข่งขัน นักแข่งคนที่ 1 วิ่งข้ามมารับรถเพื่อเริ่มต้นการแข่งขัน
การแข่งขันแบบ MiniGP : นักแข่งประจำ Grid start ตามลำดับการออกสตาร์ท
1. นักแข่งจะต้องนำรถเข้าประจำ Grid start ก่อนเริ่มการแข่งขัน 5 นาที
2. กรรมการปล่อยนักแข่งเพื่อ Warmup lap 1 รอบ สนามโดยปล่อยทีละแถว เริ่มต้นจากแถวหน้าไปจนถึงแถวสุดท้าย
3. นักแข่งนำรถเข้าประจำ Grid start ตำแหน่งเดิม
4. กรรมการสตาร์ทจะให้สัญญาณด้วยการชูป้าย 5 นาทีและนับเวลาถอยหลัง 5 4 3 2 1 นาที
- ป้าย 1 นาที ผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกสนาม
- ป้าย 30 วินาที นักแข่งรอสัญญาณธงเริ่มการแข่งขัน
รูปแบบการแข่งขัน :
การแข่งขันแบบ Relay : กำหนดให้ทีมแข่งหนึ่งทีมใช้รถแข่งขัน 1 คัน และขับขี่ด้วยนักแข่ง 3 คน โดยขับขี่สลับกัน โดยได้กำหนดรอบและรุ่นการแข่งขันไว้ดังนี้
1. รุ่น Relay Novice Stock : ทีมชายล้วนหรือทีมผสมชายและหญิง นักแข่งทีมละ 3 คน แข่งขันคนละ 4 รอบสนาม
: ทีมหญิงล้วน นักแข่งทีมละ 3 คน นักแข่งคนที่1และ 2 แข่งขันคนละ 4 รอบสนาม นักแข่ง คนที่ 3 แข่งขัน 3 รอบสนาม
2. รุ่น Relay Pro Stock : นักแข่งทีมละ 3 คน แข่งขันคนละ 5 รอบสนาม
การแข่งขันแบบ MiniGP : กำหนดให้ทีมแข่งหนึ่งทีมใช้รถแข่งขัน 1 คัน และขับขี่ด้วยนักแข่ง 1 คน โดยกำหนดรอบและรุ่นแข่งขันไว้ดังนี้
1. รุ่น KSR MiniGP-Stock : นักแข่งทีมละ 1 คน แข่งขัน 8 รอบสนาม
2. รุ่น KSR MiniGP-Modify B : นักแข่งทีมละ 1 คน แข่งขัน 15 รอบสนาม
3. รุ่น KSR MiniGP-Modify A : นักแข่งทีมละ 1 คน แข่งขัน 15 รอบสนาม
4. รุ่น D-Tracker250-Modify : นักแข่งทีมละ 1 คน แข่งขัน 6 รอบสนาม
5. รุ่น Ninja250R-Stock : นักแข่งทีมละ 1 คน แข่งขัน 6 รอบสนาม
6. รุ่น Ninja250R-Modify : นักแข่งทีมละ 1 คน แข่งขัน 8 รอบสนาม
เจ้าหน้าที่ทีมแข่ง : ทีมแข่งแต่ละทีมจะประกอบด้วยช่างประจำทีมไม่เกิน 2 คน, เจ้าหน้าที่ทีมแข่งไม่เกิน 2 คนต่อทีม
การแข่งขันจับเวลา : เป็นชั่วโมง นาที และวินาที โดยกำหนดรอบการแข่งขันและระยะทางของแต่ละสนาม
การเปลี่ยนตัวนักแข่ง : สำหรับการแข่งขันแบบ Relay Novice - Stock และ Relay Pro - Stock
1. นักแข่งแต่ละคนจะต้องขับขี่ให้ครบตามจำนวนรอบที่กำหนดไว้จึงจะสามารถเข้าไปเปลี่ยนตัวที่ Pit ได้
2. การเปลี่ยนตัวนักแข่งจะต้องเปลี่ยนในจุดที่กรรมการกำหนดไว้เท่านั้นและห้ามแซงภายใน Pit โดยเด็ดขาด
การปรับโทษ : เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันจะแจ้งให้ทีมแข่งรับทราบทันที ถ้าหากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยจะตัดสินตามกรณีดังนี้
ครั้งที่ 1 ปรับโทษโดยให้หยุดการแข่งขันชั่วคราว 3 นาที
ครั้งที่ 2 ให้ออกจากการแข่งขันทันที
อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยของนักแข่ง :
1. หมวกกันน็อคคลุมคาง ที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย
2. เสื้อคลุมอย่างหนาหรือชุดหนังสำหรับแข่ง
3. ถุงมือคลุมนิ้ว
4. รองเท้าหนังหรือผ้าใบหุ้มส้น
5. สนับเข่า ศอก
เงื่อนไขการเข้าร่วมการแข่งขัน :
1. ก่อนการแข่งขันแต่ละสนามนักแข่งและทีมแข่งแต่ละทีมจะต้องยื่นใบสมัครก่อนทำการแข่งขันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
2. ในวันทำการแข่งขัน นักแข่งและทีมแข่งแต่ละทีมต้องไปรายงานตัวและลงทะเบียนพร้อมจับสลาก เลือกตำแหน่งการสตาร์ทและรับหมายเลขรถ , สติ๊กเกอร์โฆษณาของผู้จัดการแข่งขันไปติดรถที่เข้าแข่งขันให้ถูกต้องครบถ้วน
3. ความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นในสนามแข่ง ไม่ว่าจะเป็นด้านชีวิตหรือทรัพย์สิน ผู้เข้าแข่งขัน หรือทีมแข่ง ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย หรือสินไหมทดแทนใดๆทั้งสิ้น จากบริษัทผู้จัด คณะกรรมการหรือผู้เกี่ยวข้องอื่น
4. ภาพ-ข่าวการแข่งขัน ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯโดยสามารถเผยแพร่ต่อสื่อต่างๆได้
5. ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข และกติกาการแข่งขันของผู้จัดการแข่งขันทุกประการ
6. การพิจารณาและการตัดสินของคณะกรรมการ ผู้จัดการแข่งขันถือว่าสิ้นสุด
การประท้วง :
1. การประท้วงจะต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร และยื่นต่อนายสนามพร้อมแนบเงินค่าประท้วงจำนวน 1,000 บาท( ถ้าการประท้วงเป็นผล จะคืนเงินค่าประท้วงให้ ถ้าไม่เป็นผลจะไม่คืนเงินค่าประท้วง )
2. การประท้วงผลการแข่งขันให้ประท้วงภายใน 30 นาที หลังจากประกาศผลการแข่งขัน
3. การประท้วงคุณสมบัติผู้เข้าแข่งขันให้ยื่นประท้วงก่อนการแข่งขัน
ตำแหน่งติดสติ๊กเกอร์ที่รถเข้าแข่งขันทุกคันจะต้องปฏิบัติ l